ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย

เริ่มค้นหา
สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย
คณะกรรมาธิการ
สันนิบาตเทศบาลภาค
ติดต่อสมาคม
Eng
  

ประวัติความเป็นมา (Background) 

แนะนำ ส.ท.ท. (About NMT)
วัตถุประสงค์/พันธกิจ
ข้อบังคับและระเบียบ ส.ท.ท.
ประวัติความเป็นมา
โครงสร้างบริหาร
ทำเนียบนายก ส.ท.ท.
สาส์นจากนายก ส.ท.ท.
คณะกรรมาธิการ
แผนที่ (Map)
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Link)
แผนผังเว็ปไซด์
ข่าวสาร ส.ท.ท.
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวเด่น/สาระน่ารู้/พ.ร.บ.
ปฏิทินกิจกรรม ส.ท.ท.
สัมมนาและอบรม
หนังสือ ประกาศ แต่งตั้งของ ส.ท.ท.
ศูนย์ข้อมูลฯ
โครงการเว็ปไซต์-อิเมลล์เทศบาล
ศูนย์กลางเอกสาร
โครงการแผนที่ภาษี NMTTaxmap
โครงการเทศบาลปิดทองหลังพระ
การประชุมต่าง ๆ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
หนังสือราชการกรมฯ
ดาวน์โหลด
ข้อมูลสาระสำคัญ
เอกสารข้อมูลกรณีค่าบำรุงส.ท.ท.
ศูนย์เพื่อการจัดการเมืองที่ยั่งยืน ส.ท.ท.
ตรวจสอบ Email
ระบบเจ้าหน้าที่ สันนิบาตภาค

ประวัติความเป็นมาของ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.)

History          สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) มีพัฒนาการยาวนานกว่า 52 ปี  ประสบการณ์และการเรียนรู้  รวมทั้งการยอมรับความเปลี่ยนแปลง ทำให้สมาคมฝ่าคลื่นลม  ปัญหาอุปสรรคหลายหลากมาได้อย่างมั่นคง  ถ้าเป็นต้นไม้อาจโยกคลอนด้วยแรงลมบ้างบางช่วงตอนแต่เพราะรากเหง้าที่หยั่งลึก  ประกอบกับการดูแลเอาใจใส่  จึงสามารถประคองต้นชูกิ่งใบ  ผลิดอกออกผล  ยังประโยชน์แก่คนรุ่นหลังอย่างคนที่มีเรื่องเล่า (Story) ให้คำนึงถึงรากเหง้าที่ผ่านมา
         

1. ย้อนแนวคิดก่อตั้ง ส.ท.ท. เมื่อวันวาน
          การปกครองท้องถิ่นที่รู้จักกันในรูปสุขาภิบาล  เกิดมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  สุขาภิบาลท่าฉลอม  จังหวัดสมุทรสาคร  จึงเป็นเสมือนต้นแบบพัฒนาการสู่การปกครองท้องถิ่นรูปแบบอื่นในเวลาต่อมา
          วันที่ 24 เมษายน พุทธศักราช 2476 ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พุทธศักราช 2476 เทศบาลจึงได้ถือกำเนิดในปี 2478 ภายใต้การกำกับดูแล (สมัยนั้นอาจใช้คำว่าควบคุม) ของกระทรวงมหาดไทย  มีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด  10 ปีต่อมาประกาศใช้พระราชบัญญัติเทศบาล พุทธศักราช 2486 คงเป็นการปรับปรุงกฎหมายให้เข้ารูปเข้ารอย  แต่ไม่ได้อยู่ในความสนใจหรือเรียนรู้มากนัก  และอีก 10 ปีต่อมา จึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496  ซึ่งถือเป็นกฎหมายแม่บทมาจนถึงทุกวันนี้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม ถึงฉบับที่ 13 พ.ศ.2552
           เมื่อปี พ.ศ.2502 มีเทศบาล 124 แห่ง เป็นเทศบาลนคร 3 แห่ง คือเทศบาลนครกรุงเทพ  เทศบาลนครธนบุรี  และเทศบาลนครเชียงใหม่ แกนนำทั้งหลายมีความคิดสอดคล้องกันว่า  ตลอดเวลายาวนานถึง 24 ปี การปกครองท้องถิ่นของประเทศไทยในระบบเทศบาล  มิได้เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร  การบริหารงานประสบอุปสรรคข้อขัดข้องต่างๆ มากมาย  แม้รัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยได้พยายามหาทางแก้ไขก็มิอาจลุล่วงได้  กระทรวงมหาดไทยจึงดำริให้มีการจัดตั้งสมาคมเทศบาล
         

2. การเรียนรู้ก่อเกิด ส.ท.ท. อย่างเป็นรูปธรรม
          ปี 2502 สหพันธ์เทศบาลนานาชาติ (International Union of Local Authorities : IULA) จัดประชุมใหญ่ครั้งที่ 14 ณ กรุงเบอร์ลิน  ประเทศเยอรมนี และได้เชิญประเทศไทยให้ส่งผู้แทนไปร่วมประชุมด้วย  กระทรวงมหาดไทยมอบให้นายชำนาญ  ยุวบูรณ์ อธิบดีกรมการปกครองซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครกรุงเทพด้วย  เป็นหัวหน้าคณะนำคนเทศบาลไปประชุมตามคำเชิญ  การไปครั้งนั้นทำให้ผู้แทนประเทศไทยได้เรียนรู้หลายเรื่องราว  และประจักษ์ชัดว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นในต่างประเทศ  ได้ก่อตั้งสมาคมมานาน  กระทั่งรวมตัวกันเป็นระดับนานาชาติเป็นการทำงานในระดับโลก  สมาคมมีความแข็งแกร่ง  เป็นต้นแบบของการพัฒนาการบริหารงาน  การร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยสมาคมเป็นหลัก  สอดคล้องกับแนวคิดของกระทรวงมหาดไทย  ดังนั้นจึงได้พิจารณาจัดตั้งสมาคมเทศบาลเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเรียกชื่อว่า สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ชื่อภาษาอังกฤษ คือ National Municipal League of Thailand
          หลังจากผู้แทนที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการก่อตั้งสมาคม คือ นายสาย  หุตะเจริญ  รองอธิบดีกรมการปกครอง  นางนันทกา  สุประภาตะนันทน์  รองปลัดเทศบาลนครกรุงเทพ  และนายไถง  สุวรรณทัต  นายกเทศมนตรีนครธนบุรี  รวบรวมความคิดเห็นจากเทศบาลทั่วประเทศ  ได้ยกร่างข้อบังคับ  เครื่องหมาย และธงเรียบร้อยแล้ว  จึงนำเสนอที่ประชุม  ในการประชุมนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล  และผู้ตรวจการเทศบาลทั่วประเทศ ณ ศาลาสันติธรรม จังหวัดพระนคร  เมื่อเดือนตุลาคม 2502 เพื่อขอความเห็นชอบการจัดตั้งสมาคมและข้อบังคับสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย  กับทั้งเลือกคณะกรรมาธิการบริหารชุดแรก จำนวน 9 คน ประกอบด้วย
     1. นายชำนาญ  ยุวบูรณ์              นายกเทศมนตรีนครกรุงเทพ             นายก ส.ท.ท.
     2. นายใหญ่      ศวิตชาติ            นายกเทศมนตรีเมืองนครสวรรค์         อุปนายก
     3. นายสาย      หุตะเจริญ            รองอธิบดีกรมมหาดไทย                  กรรมาธิการ
     4. นางนันทกา   สุประภาตะนันท์ รองปลัดเทศบาลนครกรุงเทพ            กรรมาธิการ
     5. นายไถง       สุวรรณทัต          นายกเทศมนตรีนครธนบุรี                  กรรมาธิการ
     6. นายเรือง      นิมมานเหมินทร์  นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่            กรรมาธิการ
     7. นายไสว       สวัสดิสาร           นายกเทศมนตรีเมืองนครศรีธรรมราช  กรรมาธิการ
     8. นายประคอง  เทวารุธ             นายกเทศมนตรีตำบลบางคล้า            กรรมาธิการ
     9. นายอรรถ     วิสูตรโยธาภิบาล ผู้อำนวยการส่วนการปกครองท้องถิ่น  เลขาธิการ

3. การก่อตั้งสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย
           เพื่อให้สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศมีฐานะเป็นนิติบุคคลมีอำนาจในการดำเนินการได้ตามกฎหมาย  นายกสันนิบาตเทศบาลฯ  จึงได้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนต่อกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2502 โดยยื่นหลักฐานมีข้อบังคับและวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งไปประกอบการพิจารณากระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาอนุญาตให้จัดตั้งได้เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2503 และจดทะเบียนมีฐานะเป็นสมาคมตามทะเบียนหมายเลขที่ จ.643 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2503
          

วัตถุประสงค์ของสันนิบาตเทศบาลฯ กำหนดไว้ ดังนี้
          (1) ศึกษาค้นคว้าเผยแพร่ทางวิชาการ  หรือกฎหมายที่จะเป็นประโยชน์แก่เทศบาล
          (2) ส่งเสริมความสามัคคีและช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก
          (3) ให้สมาชิกได้มีโอกาส พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
          (4) ส่งเสริมสวัสดิภาพและสมรรถภาพของพนักงานเทศบาล
          (5) จัดให้มีการฝึกอบรมพนักงานเทศบาล
          (6) เสนอความคิดเห็นของสันนิบาตเทศบาลฯ ต่อรัฐบาลผ่านกระทรวงมหาดไทย
          (7) ร่วมกับองค์การระหว่างประเทศในการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
          (8) ไม่เกี่ยวกับการเมือง

          ข้อบังคับของสันนิบาตเทศบาลฯ  ยุคแรกมี 10 หมวด 63 ข้อ นับตั้งแต่คำนิยาม ชื่อ รูปดวงตรา  ธง  วัตถุประสงค์  หน้าที่ของนายก – อุปนายก ส.ท.ท.  กรรมาธิการและเลขานุการ  กำหนดการประชุมใหญ่  ระเบียบการเงิน
          การประชุมใหญ่ครั้งแรกหลังจดทะเบียนสมาคม  จัดเมื่อวันที่ 25 กันยายน ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2503 ณ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ  อำเภอเมือง  จังหวัดเชียงใหม่  พลเอกประภาส  จารุเสถียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดประชุม  และจัดต่อเนื่องทุกปี ปีละ 1 ครั้ง  ครั้งละ 7 วัน  จะเน้นหนักด้านวิชาการ  การศึกษาดูงาน และค่อนข้างเป็นแบบพิธี  ช่วงแรกมิได้เก็บค่าลงทะเบียนทำให้กิจกรรมในการประชุมไม่ดีเท่าที่ควร  จึงได้ดูแบบอย่างการประชุมในต่างประเทศ  ผู้เข้าประชุม  ผู้ติดตาม  ต้องชำระค่าลงทะเบียน  จึงได้มีมติในคราวประชุมใหญ่ที่จังหวัดภูเก็ต  เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2506 ให้เก็บค่าลงทะเบียน  นายกเทศมนตรีหรือผู้แทน  800 บาท  ปลัดเทศบาลหรือผู้แทน 800 บาท  ค่าลงทะเบียนให้เบิกจ่ายจากงบประมาณเทศบาล

ภารกิจของสันนิบาตเทศบาล
          (1) ประสานองค์กรต่างประเทศ  เช่น มูลนิธิเอเชีย ยูซิส ยูนิเซฟ ฯลฯ ขอทุนฝึกอบรม  และส่งพนักงานเทศบาลไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ ระยะ 4 – 6 เดือน
          (2) คัดเลือกคณะเทศมนตรี  พนักงานเทศบาล  ไปศึกษาดูงานในต่างประเทศระยะสั้นๆ เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์
          (3) จัดตั้งภาคพัฒนาการโยธา  โดยให้เทศบาลส่งเงินสมทบในแต่ละภาค  เพื่อจัดซื้อเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับการโยธา  และใช้ร่วมกัน  ครั้งแรกทดลองให้เทศบาลนครกรุงเทพเป็นที่ตั้งภาคพัฒนาการโยธาที่ 1 มีเทศบาลในภาค 12 เทศบาล
          (4) จัดประกวดการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง
          (5) จัดสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และศูนย์เยาวชนโดยเสนอคณะรัฐมนตรีผ่านกระทรวงมหาดไทย  เพื่อขอใช้ที่ดินหรืออาคารขององค์การหรือราชการที่มิได้ใช้ประโยชน์
          (6) ส่งเสริมสวัสดิการของพนักงานเทศบาล  เช่นเสนอแก้ไขระเบียบค่ารักษาพยาบาล  การเบิกจ่ายค่าเล่าเรียนบุตร  จัดสรรที่ดินให้คณะเทศมนตรี  และพนักงานเทศบาลได้ผ่อนส่งราคาถูก

4. สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย 
    4.1 ยุคก่อนปี 2542
          ปี 2518 สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย  ต้องเติมคำว่า “สมาคม” ไว้หน้าชื่อ  เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่กำหนดไว้ในการตั้งชื่อสมาคม  บทบาทและภารกิจยังคงดำเนินต่อไปในลักษณะเดิม  ข้อบังคับถูกแก้ไขเพิ่มเติมตามวันเวลา  และบริบทที่เปลี่ยนแปลง เช่น ค่าบำรุง ส.ท.ท. ปรับเพดานจากสูงสุด 500,000 บาท เป็น 750,000 บาท  ค่าลงทะเบียน ปี 2536 มีมติให้เพิ่มจากเก็บคนละ 800 บาท เป็นเทศบาลละ 3,000 บาท  การเพิ่มจำนวนกรรมาธิการ ทั้งนายกเทศมนตรี และปลัดเทศบาล
          แนวคิดในการเลือกนายก ส.ท.ท. จะมองไปที่นายกรัฐมนตรีว่าเป็นใคร  พรรคใด  จะพยายามเลือกนายก ส.ท.ท.ให้สอดคล้อง  เพื่อให้มีการเข้าถึง  มีการประสานงานที่ดี  บางปีก็ดุเดือดลงคะแนนลับ  บางปีโผลงตัวเพียงลงคะแนนให้เป็นไปตามข้อบังคับ  สำหรับกรรมาธิการไม่ว่าจะกี่คนคงให้ความสำคัญกับภาคที่จะเลือกสรรกันมา  บางปีก็มีวงแตกเหมือนกัน  เพราะเลือกจากภาคมาอย่าง  พอถึงที่ประชุมใหญ่มาเสนอคนนอกโผ ทำให้ต้องลงคะแนน  ผลคือคนในโผสอบตก  ตั้งแต่นั้นมาเกิดอาการมองหน้ากันไม่เต็มตา  ผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงนายกเทศมนตรีเห็นว่าหากปล่อยให้มีการแข่งขันโดยเสรี  ความขัดแย้งจะตามมาทำลายเอกภาพของสมาคมให้อ่อนแอ  นายประพาสน์  พุทธเกสร นายกเทศมนตรีตำบลขลุง (ชื่อขณะนั้น) ได้ขอความเห็นให้เป็นสัญญาสุภาพบุรุษที่ไม่ต้องจารึกเป็นลายลักษณ์อักษร  จัดการให้เลือกนายก ส.ท.ท. หมุนเวียนเป็นภาค  เพื่อให้แต่ละภาคได้เตรียมคนไว้รับตำแหน่ง จากภาคตะวันออก  ไปภาคเหนือ  ภาคใต้  ภาคกลาง  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นลำดับ  ส่วนกรรมาธิการเมื่อภาคเลือกมาถือว่าจบเสนอที่ประชุมใหญ่เพื่อทราบเท่านั้น
   

    4.2 ยุคปี 2542 – 2545
          ปี ๒๕๔๒ เทศบาลยกฐานะจากสุขาภิบาลเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ๙๘๐ เทศบาล ทุกเทศบาลเป็นสมาชิก ส.ท.ท. ทำให้โครงสร้างใหญ่กว่าเดิมอย่างรวดเร็ว คณะกรรมาธิการบริหารยุคนั้น จึงได้พิจารณาปรับปรุงข้อบังคับเพื่อให้สามารถบริการสมาชิกได้ดีขึ้น  หลังจากคณะทำงานที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการภายใต้การกำกับดูแลของ นายชัย  สุวพันธ์ นายกเทศมนตรีเมืองอ่างทอง  ได้ประชุมหารือยกร่างข้อบังคับฉบับใหม่  โดยใช้ห้องประชุมเทศบาลนครปากเกร็ด เป็นศูนย์การทำงาน  หลังจากจัดพิมพ์แบบลำลองแล้วเสร็จ  ได้จัดส่งไปขอความเห็นชอบจากภาคต่างๆ ทั้ง 5 ภาค  นำความเห็นจากที่ต่างๆ มาร้อยเรียงปรับปรุงอีกครั้ง ก่อนนำเสนอที่ประชุมใหญ่ในการประชุม ปี 2545  ข้อบังคับฉบับใหม่ชื่อ ข้อบังคับสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย พ.ศ.2545 สาระสำคัญในการปรับปรุงคือโครงสร้าง  ที่จัดใหม่เป็น 3 ระดับ คือ
          ๑.ระดับจังหวัด  ประกอบด้วยเทศบาลทุกแห่งในจังหวัด  ผู้แทนเทศบาล คือ  นายกเทศมนตรี และปลัดเทศบาล จะมีการเลือกนายกเทศมนตรีคนหนึ่งเป็นประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัด (ส.ท.จ.) และปลัดเทศบาล  ซึ่งนายกเทศมนตรีเป็นประธานทำหน้าที่เลขานุการ
          ๒. ระดับภาค  แบ่งเป็น ๕ ภาค  คือ  ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   ภาคใต้  
ภาคกลาง  และภาคตะวันออก  ทุกเทศบาลในภาคจะรวมตัวกันเป็นสันนิบาตเทศบาลภาค ประธาน ส.ท.จ. คนหนึ่งเป็นประธานสันนิบาตเทศบาลภาค  กรรมการจะมาจากทุกจังหวัด  จังหวัดละ ๓ คน  เป็นนายกเทศมนตรี ๒ คน  คนหนึ่งคือประธาน ส.ท.จ. อีกคนได้รับเลือกจากนายกเทศมนตรีในจังหวัดนั้นๆ  ปลัดเทศบาล ๑ คน  ปลัดเทศบาลซึ่งอยู่ในเทศบาลของประธานสันนิบาตเทศบาลภาคจะทำหน้าที่เลขานุการภาค  ประธานภาคมีฐานะเป็นอุปนายก ส.ท.ท.  โดยตำแหน่ง
          ๓. ระดับประเทศ  ประกอบด้วยเทศบาลทั่วประเทศ  มีกรรมาธิการบริหาร รวม ๖๖ คน  ประกอบด้วย นายก ส.ท.ท. ซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากประธานภาค  และที่ประชุมใหญ่ให้ความเห็นชอบ  อุปนายก ๕ คน มาจากผู้ดำรงตำแหน่งประธานภาค กรรมาธิการ ๕๕ คน  มาจากการเลือกตั้งของแต่ละภาค  ประกอบด้วย นายกเทศมนตรีภาคละ ๘ คน  ปลัดเทศบาลภาคละ ๓ คน  กรรมาธิการโดยตำแหน่งคือ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย  ผู้แทนกรุงเทพมหานคร  เลขาธิการ ส.ท.ท. และรองเลขาธิการ ส.ท.ท. (ไม่เกิน 2 คน)  เลขาธิการ มาจากการสรรหาของคณะกรรมาธิการ  ระยะเวลาการจ้างไม่เกินคราวละ 4 ปี (จำนวนกรรมาธิการที่ปรากฏ  66 คน เป็นการแก้ไขข้อบังคับเมื่อปี 2546 และ 2552)
   

    4.3  ยุคปี 2545 – ปัจจุบัน
          สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย  ได้อยู่กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยนานถึง 43 ปี  รองอธิบดีกรมการปกครองฝ่ายบริหารราชการส่วนท้องถิ่น  ได้ทำหน้าที่เลขาธิการสมาคม  และเลขานุการในการประชุมกรรมาธิการ  และการประชุมใหญ่  การเพิ่มจำนวนกรรมาธิการทำให้ห้องประชุมกรมเริ่มคับแคบ  บ่อยครั้งต้องไปประชุมที่โรงแรม  ทำให้ค่าใช้จ่ายสูง  ห้องทำงานที่นายก ส.ท.ท. เคยใช้อยู่เดิม  กลายเป็นห้องเก็บเอกสารเกี่ยวกับการเลือกตั้ง  ครั้งหนึ่งในคราวประชุมกรรมาธิการ  ดร.ชูวงศ์  ฉายะบุตร  อธิบดีกรมการปกครอง  ในฐานะกรรมาธิการได้เสนอแนะต่อที่ประชุมว่า ส.ท.ท. ก่อตั้งมาจนเป็นปึกแผ่นเติบโตแข็งแรง  ควรเป็นตัวของตัวเอง  จากข้อคิดนั้นคณะกรรมาธิการเริ่มคิดตาม  และนึกได้ว่าสมาคมมีที่ดินแถวๆ ถนนบรมราชชนนี  ยังมิได้ใช้ประโยชน์จึงเห็นพ้องกันที่จะสร้างสำนักงานของตนเอง  จึงหาผู้ออกแบบประมาณการค่าก่อสร้างทั้งหลายทั้งปวง ระหว่างนั้นสมาคมไปทำการชั่วคราวที่สำนักงานเทศบาลนครนนทบุรี ว่าที่ ร้อยตรี เสรีย์  นวลเพ็ง  ครบวาระ นายสมนึก  ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี  เป็นนายก ส.ท.ท. ได้สรรหา ดร.ไพฑูรย์  บุญวัฒน์  มาเป็นเลขาธิการ และนางลัดดาวัลย์  บำเพ็ญ เป็นรองเลขาธิการตามข้อบังคับใหม่  ส่วนเจ้าหน้าที่ใช้ลูกจ้างเดิมที่เคยทำงานสมาคมขณะอยู่ที่กรมการปกครอง  และจ้างเพิ่มบ้างตามความจำเป็น  การก่อสร้างอาคารได้เริ่มขึ้น เป็นอาคาร ค.ส.ล. 2 ชั้น (สร้างสูงกว่านี้ไม่ได้เพราะผังเมืองบังคับ) พื้นที่ใช้สอยประมาณ 2,800 ตารางวา บนที่ดิน 14 ไร่  อาคารแล้วเสร็จปลายปี 2548 นายวีระวัฒน์  ภักตรนิกร เป็นนายก ส.ท.ท. ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2549 และใช้เป็นที่ทำการถาวรมาจนทุกวันนี้  กับทั้งได้ซื้อที่ดินด้านหลังเพิ่มเติมอีก 6 ไร่ 3 งาน 19 ตารางวา
          ภายใต้วัตถุประสงค์ 7 ประการที่กำหนดในข้อบังคับ พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  ดังนี้
           (1) ส่งเสริมความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างเทศบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่นๆ ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมสันนิบาตเทศบาล
           (2) ส่งเสริมความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างเทศบาลกับองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบอื่นๆ องค์กรชุมชน  องค์กรภาคเอกชน  รัฐวิสาหกิจ  และองค์กรของรัฐบาลทุกประเภท
           (3) ส่งเสริมความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างเทศบาลในประเทศไทยกับองค์กรปกครองท้องถิ่นและสมาคมองค์กรปกครองท้องถิ่นในต่างประเทศ
           (4) ส่งเสริมการพัฒนาระบบการเมืองท้องถิ่นของเทศบาล
           (5) ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ  และการจัดบริการสาธารณะของเทศบาล  การฝึกอบรม  การอบรม  การประชุมทางวิชาการหรือเชิงปฏิบัติการ  การสัมมนาทางวิชาการ  หรือเชิงปฏิบัติการ  การบรรยายพิเศษ  การฝึกศึกษา  การฝึกงาน  การดูงานทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
           (6) เป็นองค์กรตัวแทนของเทศบาลทั่วประเทศ  ในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองร่วมกับรัฐบาล  รัฐสภาและองค์กรทางการเมืองในระดับชาติ  ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายการออกกฎหมาย ระเบียบ ฯลฯ ว่าด้วยการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับองค์กรปกครองท้องถิ่น
           (7) ดำเนินกิจการใดๆ อันอาจเป็นรายได้ของสมาคมสันนิบาตเทศบาล
หลังกระแสการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำให้ภาระหน้าที่ของเทศบาลเพิ่มมากขึ้น  จึงเป็นผลให้คณะกรรมาธิการบริหาร  จำเป็นต้องแบ่งแยกงาน  แต่งตั้งประธานอนุกรรมาธิการเป็นผู้รับผิดชอบแต่ละด้าน  สมาชิกสนใจด้านใดก็แสดงความจำนงเข้ามา  ปีบริหาร 2555 – 2557 ได้ประกาศไว้ 11 ด้าน คือ การศึกษา  การสาธารณสุข  การพัฒนาสตรีเยาวชนและเด็ก   งบประมาณและการคลัง  การพัฒนาองค์กรและทรัพยากรมนุษย์  การกระจายอำนาจ  การท่องเที่ยว กีฬา และประชาสัมพันธ์  สิ่งแวดล้อมผังเมืองและการโยธา  กฎหมายและระเบียบ  ด้านศิลปวัฒนธรรมและประเพณี  การต่างประเทศ
          นอกจากงานดังกล่าวข้างต้นแล้ว  สมาคมยังมีโครงการพิเศษ เช่น เทศบาลปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ  ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2552 โครงการเทศบาลไทยมุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 84 พรรษา  กำลังดำเนินการมีเทศบาลเข้าร่วม 168 แห่ง  งบประมาณส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (EU) โครงการเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืนดำเนินการร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

    
      สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย 13/8 ถ.บรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170 Tel.02-448-5645, 02-448-5266