ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
เริ่มค้นหา
แม่แบบประเพณีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
งานประเพณี
ภูมิปัญาท้องถิ่น
กระดานสนทนา
ติดต่อเทศบาล
เกี่ยวกับเทศบาล
ข้อมูลทั่วไป
เอกสารของเทศบาล
  
แม่แบบประเพณีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น > ตัวอย่าง-ประเพณีทำบุญตักบาตรเทโว  

ตัวอย่าง-ประเพณีทำบุญตักบาตรเทโว

Modify settings and columns
 

ประมวลภาพกิจกรรม
ประวัติความเป็นมา

      ประเพณีตักบาตรคำว่า "เทโว" เป็นคำย่อมาจาก "เทโวโรหณะ" หมายถึง การเสด็จลงจากเทวโลกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามตำนานเล่าว่า

" เมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ได้เสด็จไปประกาศพระศาสนาในแคว้นทั่วชมพูทวีป เริ่มตั้งแต่เมืองราชคฤท์, พาราณสี, เมืองสาวัตถี ตลอดถึงเมืองกบิลพัสดุ์ ซึ่งเป็นราชปิตุภูมิของพระองค์ ทรงเทศนาโปรดพระเจ้าสุทโธทนะ, พระพุทธบิดา, พระนางมหาปชาบดีโคตมี, พระนางยโสธราพิมพา และราหุลราชกุมาร ตลอดถึงพระประยูรญาติทั้งหลาย ให้บรรลุมรรคผลตามสมควรแก่อุปนิสัยของตนแล้ว พระองค์ทรงรำลึกถึงพระนางสิริมหามายา ซึ่งได้สิ้นพระชนม์หลังจากพระองค์ประสูติได้ 7 วัน ทรงดำริที่จะสนองคุณพระพุทธมารดา ซึ่งมีพระคุณมากมายยิ่งนัก จะหาอะไรเปรียบปานมิได้ ทรงวินิจฉัยโดยรอบคอบแล้ว เห็นว่ามีสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะสนองคุณพระพุทธมารดา เป็นการใช้หนี้ค่าน้ำนมให้คู่ควรกันได้ นั่นคือ พระอภิธรรม ฉะนั้นในพรรษาที่ 7 นับแต่ปีที่ตรัสรู้ พระพุทธองค์จึงได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทศนาพระอภิธรรมปิฎกโปรดพระพุทธมารดาอยู่หนึ่งพรรษา ครั้นออกพรรษาแล้ววันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 พระพุทธเจ้าจึงเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มาประทับที่เมืองสังกัสสะ มีประชาชนไปเฝ้าพระพุทธองค์ เพื่อทำบุญตักบาตรอย่างหนาแน่น "  อ่านต่อ

      ด้วยเหตุนี้จึงถือว่า วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จจากเทวโลกลงมาสู่เมืองมนุษย์ บรรดาพุทธศาสนิกชนจึงนิยมตักบาตรกันเป็นพิเศษ เป็นประเพณีสำคัญสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ เรียกว่า "ตักบาตรเทโว" โดยพระสงฆ์จำนวนมาก นำโดยพระพุทธรูปปางเสด็จจากดาวดึงส์ เดินลงบันไดจากมณฑปพระพุทธบาท ลงมารับบิณฑบาตรข้าวสารอาหารแห้งจากพุทธศาสนิกชน
ความสำคัญ
      งานตักบาตรเทโวเป็นงานที่ช่วยสร้างความสมัครสมานสามัคคี ให้แก่ชาวบ้านอย่างมาก เป็นเครื่องควบคุมสังคมให้ ละ ลด เลิกอบายมุข หันหน้าเข้าวัดเพื่อทำบุญ จึงมีส่วนช่วยให้สังคมเกิดสันติสุขเป็นอย่างดี  
 
  การจัดพิธีกรรม
      อนึ่งในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาสู่มนุษย์โลกนั้น  ประชาชนพร้อมกันไปทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมากสุดจะประมาณ พิธีที่กระทำกันในการตักบาตรเทโว ซึ่งถือตามประวัตินี้ก็เท่ากับทำบุญตักบาตร รับเสด็จพระพุทธเจ้าในคราวเสด็จลงมาจากเทวโลกนั่นเอง บางวัดจึงเตรียมการในคฤหัสถ์แต่งตัวเป็นเทวดาบ้าง เป็นพรหมบ้างแล้วอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนบุษบกที่มีล้อเคลื่อน และมีบาตรตั้งอยู่ข้างหน้าพระพุทธรูปใช้คนลากนำหน้าพระสงฆ์ พวกทายกทายิกาตั้งแถวเรียงรายคอยใส่บาตร เป็นการกระทำให้ใกล้กับความจริงเพื่อเป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้า ส่วนอาหารที่นำมาทำบุญตักบาตรในวันนั้น มีข้าว กับข้าวต้มมัดใต้ ข้าวต้มลูกโยนที่ห่อด้วยใบมะพร้าวหรือใบลำเจียกไว้หางยาวและข้าวต้มลูกโยนนี้มี ประวัติมาตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะตั้งใจอธิษฐานแล้วโยนไปให้ลงบาตรของพระพุทธเจ้า เนื่องจากมีคนมากเข้าไปใส่บาตรไม่ได้  
ขั้นตอนการปฎิบัติ
      โดยเริ่มจากวันก่อนออกพรรษา 1 วัน คือวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ทางวัดได้ประกาศให้พุทธศาสนิกชน นำวัตถุดิบที่มี มาบริจาค โดยทางวัดได้จัดทำบัญชีรับบริจาค โดยอุบาสกอุบาสิกา ได้ลงมาวัดและเตรียมอุปกรณ์ วัตถุดิบต่างๆเช่นขูดมะพร้าว ปอกเปลือกผลไม้ นำมาบด นำมาตำ ละลายน้ำกะทิกรองเอาแต่น้ำ ในหมู่บ้านที่มีคนบริจาคมากจะได้น้ำแป้งกะทิมาก จนเวลาประมาณ บ่าย 2 - 3 โมง ก็นำหญิงพรหมจารีย์ ที่คัดเลือกมาจากเด็กหญิงที่ ยังไม่เป็น ประจำเดือนมาจำนวน 4 คน เพื่อนำมาบวช ( นัยว่า เป็นตัวแทนของนาง สุชาดา ผู้นำข้าวมธุปายาส มาถวายพระพุทธเจ้า ) มาบวชชีพราหมณ์ นุ่งขาว ห่มขาว โดยพระภิกษุสงฆ์ เป็นผู้บวชให้ เมื่อบวชเสร็จก็แห่ ขบวน อันประกอบไปด้วย ขบวนหญิงพรหมจารีย์ 4 คน ถือไม้พายกวนข้าวทิพย์ และฟืนก่อไฟ คนละ 1 ดุ้น ขบวนผู้หญิงหาบหาม น้ำปรุงข้าวทิพย์ 4 ถัง ขบวนกลองยาวแห่ รอบโบสถ์ 3 รอบ ในขณะที่แห่วนรอบโบสถ์ พระภิกษุสงฆ์ก็จะสวดมนต์คาถา ลั่นฆ้องลั่นกลอง ครบ 3 รอบ หญิงพรหมจรรย์ ก็จะไปที่เตาไฟ อุบาสิกา จะนำน้ำเครื่องทิพย์ มาเทลงกะทะ บนเตาไฟ แล้วเติมฟืนที่นางเตรียมมา นางทั้ง 4 คน จะเป็นผู้เริ่มต้นกวน เป็นพิธี หลังจากนั้น ก็ให้กลุ่มแม่บ้านและเยาวชนกวนต่อ ไป แล้วนำนางมาลาสิกขาบท ซึ่งชาวบ้านจะติดเตาไฟ 2 - 4 เตา เพื่อที่จะได้กวนช่วยกัน จะใช้เวลากวน ประมาณ 30 -40 นาที น้ำเครื่องทิพย์จะจับตัวกันเป็นวุ้นเนื้อเดียวกัน โดยไม่ติดกะทะ ก็ถือว่าสุกได้ที่ นำมาเทใส่ถาดแบนแล้วโรยหน้าด้วย ถั่วงา นำไว้ถวายพระในวันรุ่งขึ้น ขึ่งเป็น เช้าของวันออกพรรษา 15 ค่ำ เดือน 11 วันตักบาตรเทโวโรหนะ
ช่วงเวลา
      หลังจากวันออกพรรษา 1 วัน คือ แรม 2 ค่ำ เดือน 11  
 
  สถานที่จัดงาน
      วัดหัวเขา หมู่ 2 ตำบลหัวเขา อำเภอเดิมบางนางบวช การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 60 กิโลเมตร ผ่านเข้าตัวอำเภอเดิมบางนางบวช แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 3350 ประมาณกิโลเมตรที่ 2-3 เมื่อถึงวัดหัวเขาจะเห็นบันไดขึ้น-ลงเขาทำด้วยคอนกรีตจำนวนรวม 212 ขั้น 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
      กลุ่มทอผ้าพื้นบ้านเมืองจกลวดลายโบราณลาวซี่-ลาวครั่ง, บึงฉวาก, วัดขวางเวฬุวัน, วัดเขาขึ้น หรือ วัดเขานางบวช (วัดพระอาจารย์ธรรมโชติ)  

 โรงแรมที่พัก
      ห้วยขาแข้งเชษฐศิลป์ โทรศัพท์ 0-5652-4833-5 พิบูลย์สุข
สอบถามรายละเอียด
      สำนักงาน ททท. สุพรรณบุรี โทรศัพท์ 0-3642-2768-9 
 
สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย 13/8 ถ.บรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170 Tel.02-448-5645,02-448-5266