ภาคกลางมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีที่สูงและภูเขาล้อมเกือบรอบ ทางใต้เปิดโล่งติดต่อกับอ่าวไทยเพียงด้านเดียว ฉะนั้นจึงรับลมตะวันตกเฉียงใต้และลมใต้ที่พัดจากอ่าวไทยตอนบนของที่ราบภาคกลาง ติดต่อกับภาคเหนือ ซึ่งอยู่ล้ำเข้าไปในดินแดนภายในภาคพื้นทวีป ทำให้มีอากาศ คล้ายภาคเหนือ คือ หนาวในฤดู หนาวและร้อนในฤดูร้อน แต่ทางตอนใต้ของภาคอยู่ใต้ลงมาได้รับอิทธิพลจากทะเล ในฤดูหนาวจึงไม่หนาวและในฤดูร้อนจึงไม่ร้อน เหมือนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางด้านตะวันตกอยู่ไม่ห่างไกลจากทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดียมากนัก จึงรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ถึงแม้จะมี เทือกเขาตะนาวศรีขวางทิศทางลมที่นำฝนมาตกก็ตาม แต่เนื่องจากอยู่ไม่ห่างไกลจากทะเลและเทือกเขาไม่สูงมากนัก กระแสลมที่ชุ่มชื้นมากก็ยังล่วงล้ำเข้ามาถึงภายใน ได้บ้างตลอดเวลาที่ลมนี้พัดตลอดฤดู แต่ก็ยังนับว่าน้อยกว่าภาคอื่น ๆ ถือว่าเป็นบริเวณอับลม โดยเฉพาะทางด้านปลายลงหลังทิวเขาตะนาวศรี จะดูได้จากปริมาณน้ำฝน ที่ จ . ตากและกาญจนบุรี อุณหภูมิ
การที่ภาคกลางตอนบนอยู่ลึกเขาไปในแผ่นดินมาก อุณหภูมิของอากาศจึงมีพิสัยแตกต่างกันมากในฤดูร้อนและฤดูหนาว อุณหภูมิเคยขึ้นสูงสุดถึง 43 องศาเซลเซียส ที่ จ . เพชรบูรณ์ และอุณหภูมิเคยลงต่ำสุดถึง 2 องศาเซลเซียส ที่ จ . เพชรบูรณ์เช่นเดียวกัน ปริมาณน้ำฝน ได้รับฝนจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคกลางจัดได้ว่าเป็น พื้นที่อับฝนหรืออยู่ด้านปลายลมซึ่งมีฝนน้อย บริเวณต้นลมเช่นด้านตะวันตกของภูเขาใน จ . เพชรบูรณ์ นครนายก จะมีฝนตก มากกว่า นอกจากนั้นก็ได้รับฝนที่เกิดจากพายุดีเปรสชัน จากทะเลจีนใต้ โดยทั่วไปพื้นที่ทางบริเวณทางด้านตะวันออกของภาคจะมีฝนตกมากกว่า ทางด้านตะวันตก และทางตอนล่างของภาคจะมีฝนมากกว่าทางตอนบน จังหวัดที่มีปริมาณ น้ำฝนมากที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร จังหวัดที่มีปริมาณน้ำฝนน้อยที่สุด คือ จ . นครสวรรค์
ฤดูกาล
ภาคกลางมีฤดูกาลที่เห็นเด่นชัดมี 3 ฤดู คือ ฤดูฝน ฤดูหนาวและฤดูร้อน
ฤดูฝน ในภาคกลางจะเริ่มต้นเมื่อลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เริ่มพัดเข้ามาถึงก้นอ่าวไทย ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะพัดผ่าน และมีฝนตกแผ่กระจายตามแนวร่องมรสุม และยังได้รับฝนจากพายุดีเปรสชันที่มีปริมาณมากในระยะปลายเดือนกันยายน และต้นเดือนตุลาคม ฝนในภาคกลางจะตกมาก ในระหว่างเดือนสิงหาคมถึง กันยายน ฤดูฝนจะสิ้นสุดในเดือนตุลาคม
ฤดูหนาว ในภาคกลางอากาศไม่หนาวเย็นเท่าภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะอยู่ใต้ลงมาอิทธิพลของอากาศหนาวที่พัดมาจากดินแดนทางเหนือ ของประเทศ ฤดูหนาวจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมกราคม ประมาณกลางเดือนตุลาคมจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนนั้น จะเป็นระยะเปลี่ยนฤดูจากฤดูฝนมา เป็นฤดูหนาวหรือจาก ฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มาเป็นฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ จะเริ่มมีลมเย็นพัดจากตอนบนลงไปตามลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพราะตอนบนของภาคมี อากาศเย็นและความกดอากาศ สูงกว่าอากาศเหนือน่านน้ำอ่าวไทย เรียกลมนี้ว่า " ลมข้าวเบา " หรือ " ลมว่าว "
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ไหจนถึงเดือนพฤษภาคม ในเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคมและเมษายนอากาศเหนือภาคพื้นทวีปและประเทศไทยจะมีอุณหภูมิ สูงขึ้น และอุณหภูมิ จะสูงกว่าอุณหภูมิเหนือพื้นน้ำอ่าวไทย จึงมีลมพัดจากอ่าวไทยขึ้นไปตามลุ่มน้ำเจ้าพระยา เรียกว่า " ลมตะเภา " ส่วนในเดือนเมษายนอุณหภูมิ จะสูงที่สุด แต่บริเวณที่อยู่ใกล้ทะเล จะได้รับอิทธิพลของลมทะเล ซึ่งจะพัดแรงในตอนบ่ายถึงเย็น ทำให้อุณหภูมิบริเวณตอนล่างของภาคลดความรุนแรงลง
ปริมาณน้ำฝน
ปริมาณน้ำฝน ได้รับฝนจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พื้นที่ส่วน ใหญ่ของภาคกลางจัดได้ว่าเป็น พื้นที่อับฝนหรืออยู่ด้านปลายลม ซึ่งมีฝนน้อย บริเวณต้นลมเช่นด้านตะวันตกของภูเขาใน จ. เพชรบูรณ์ นครนายก จะมีฝนตก มากกว่า
นอกจากนั้นก็ได้รับฝนที่เกิดจากพายุดีเปรสชัน จากทะเลจีนใต้ โดยทั่วไปพื้นที่ทางบริเวณทางด้าน ตะวันออกของภาคจะมีฝนตกมากกว่าทางด้านตะวันตก
ทางตอนล่างของภาคจะมีฝนมากกว่าทางตอนบน จังหวัดที่มีปริมาณ น้ำฝนมากที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร จังหวัดที่มีปริมาณน้ำฝนน้อยที่สุด คือ จ.นครสวรรค์