ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
 
เริ่มค้นหา
เทศบาลตำบลลาดชะโด
สายตรงนายกเทศมนตรี
สถานที่ท่องที่ยว
ความเป็นมาของลาดชะโด
ประวัติตลาดลาดชะโด
เรือ รุ่งเรืองรัศมี
ติดต่อเทศบาล
ที่พัก
  
เทศบาลตำบลลาดชะโด > อาชีพ-ความสำคัญของเครื่องปั้นดินเผา  

อาชีพ-ความสำคัญของเครื่องปั้นดินเผา

เกี่ยวกับเทศบาล
ประวัติเทศบาล
ยุทธศาสตร์และการพัฒนา
วิสัยทัศน์และนโยบาย
ภารกิจเทศบาล
คณะผู้บริหาร
สมาชิกสภาเทศบาล
นักบริหารงานเทศบาล
สำนักปลัด
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
กองคลัง
กองช่าง
กองการศึกษา
ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง
รายงานการประชุม
โครงการที่ดำเนินงาน
รูปภาพ
ภาพตลาดลาดชะโด
ภาพเก่าเล่าอดีต
ลาดชะโดเมืองน่าอยู่
งานแห่เทียนพรรษาทางน้ำ 2554
รายการ
คำขวัญหมู่บ้านลาดชะโด
รางวัลพระราชทาน
ภาพยนตร์และละครที่มาถ่ายทำที่ลาดชะโด
รางวัลเทศบาลน่าอยู่
รางวัลสถานที่ทำงานน่าอยู่ น่าทำงาน
รางวัลศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔
ที่นี่ลาดชะโด
ความเป็นมาของลาดชะโด
ประวัติตลาดลาดชะโด
ประวัติวัดลาดชะโด
ปูชนียบุคคลลาดชะโด
บันทึกหรีดผ้าชาวลาดชะโด
ประวัติศาลเจ้าลาดชะโด
ปาฏิหาริย์หลวงพ่ออิ่ม
ที่พัก
เรือนแพลาดชะโด
Modify settings and columns

ความสำคัญของเครื่องปั้นดินเผา


เครื่องปั้นดินเผาหมายถึง ภาชนะและเครื่องมือเครื่องที่ทำจากดินเป็นรูปทรงต่างๆ ตามต้องการ อาจจะเป็นดินเหนียว ดินขาว หรือดินชนิดต่างๆ แล้วนำไปชุบน้ำเคลือบหรือไม่ก็ได้ หลังจากนั้นจึงนำไปเข้าเตาเผา

เครื่องปั้นดินเผาเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตของมนุษย์อย่างแนบแน่นมาเป็นเวลายาวนาน ทั้งนี้เพราะเครื่องปั้นดินเผาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างขึ้นบนเงื่อนไขความต้องการของสังคมที่เป็นเจ้าของ เป็นผลงานจากมันสมองและฝีมือของผู้สร้าง ซึ่งมิได้มีความหมายแต่เพียงคุณค่าทางสุนทรียะเท่านั้น หากแต่ยังเป็นงานช่างฝีมือที่แสดงถึงภูมิปัญญาและพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีของ ชุมชนที่สั่งสมและสืบเนื่องกันมาเป็นเวลานาน

ดังนั้นเครื่องปั้นดินเผาจึงมีแง่มุมให้ศึกษาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเทคโนโลยี รูปแบบ และวิถีชีวิตของสังคมที่ผลิตและใช้เครื่องปั้นดินเผาเหล่านั้น

ในดินแดนล้านนาก็เช่นกัน พบหลักฐานของความสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิตชุมชนกับเครื่องปั้น ดินเผาที่สืบเนื่องกันมานานนับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ดังจะเห็นได้จากการพบภาชนะดินเผาลายเชือกทาบฝังรวมกับเครื่องมือหินที่ถ้ำผีแมนบนเทือกเขาสูงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบการใช้เครื่องปั้นดินเผาที่ สืบเนื่องจากยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคประวัติศาสตร์ตามแนวลำน้ำแม่กวงตั้งแต่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ จนถึงจังหวัดลำพูนในแหล่งโบราณคดีต่างๆ เช่น บ้านยางทองใต้ อำเภอดอยสะเก็ด บ้านสันป่าค่า อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และบ้านวังไฮ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และพบว่าการผลิตเครื่องปั้นดินเผาของชุมชนแถบนี้ยังคงมีการผลิตอย่างต่อเนื่องมาจนถึงยุคอาณาจักรหริภุญไชย ซึ่งมีการพัฒนารูปแบบเครื่องปั้นดินเผาที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนา เช่น พระพุทธรูป พระพิมพ์ ลวดลายที่ใช้ประดับเจดีย์ และภาชนะที่บรรจุอัฐคนตาย เป็นต้น

การผลิตเครื่องปั้นดินเผาของชุมชนล้านนาได้พัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและรูปแบบมาจนถึงยุคของการทำเครื่องปั้นดินเผาชนิดเคลือบในพุทธศตวรรษที่ 19-22 ซึ่งนับเป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของการผลิตเครื่องปั้นดินเผาล้านนา จากการสำรวจในปัจจุบันได้พบกลุ่มเตาเผาในยุคนี้เป็นจำนวนมาก ในเขตจังหวัดต่างๆ เช่น กลุ่มเตาสันกำแพง กลุ่มเตาสันทราย และกลุ่มเตาอินทขิลในจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มเตาบ้านบัว และบ้านโทกหวากในจังหวัดพะเยา กลุ่มเตาพาน ในเขตอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย และกลุ่มเตาเวียงกาหลง ในเขตอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย และอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง

นอกจากนั้นในเขตภาคเหนือโดยเฉพาะที่เชียงใหม่และลำปางปัจจุบันยังเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผาเป็นจำนวนมาก

จากความสำคัญและพัฒนาการการทำเครื่องปั้นดินเผาที่ต่อเนื่องมายาวนานในภาคเหนือนี้เอง ทำให้ภาควิชาประวัติศาสตร์ได้จัดตั้งโครงการศึกษาเครื่องปั้นดินเผาขึ้นใน พ.ศ.2525 โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งรวบรวม ศึกษาและทำวิจัยเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาจากที่ต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องปั้นดินเผาล้านนา เพราะเชื่อว่าเครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้มีส่วนช่วยในการคลี่คลายปัญหาต่างๆ ในประวัติศาสตร์ล้านนาได้ในระดับหนึ่ง

ในปัจจุบันนี้โครงการศึกษาเครื่องปั้นดินเผาได้เก็บตัวอย่างเครื่องปั้นดินเผาจากกลุ่มเตาต่างๆ ที่ได้มาจากการสำรวจกลุ่มเตาเผา เขตเมืองโบราณ และการบริจาคไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อความสะดวกในการศึกษาและการทำวิจัยได้มีการทำรหัสประจำเครื่องปั้นดินเผาทุกชิ้น รวมทั้งมีการทำรายละเอียดของเตาเผาแต่ละแห่ง ทั้งตำแหน่งที่ตั้งและรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่มเตา รวบรวมหนังสือและบทความเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ทุกวันนี้โครงการศึกษาเครื่องปั้นดินเผาเป็นที่รู้จักของนักวิชาการที่ทำวิจัยเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาทั้งในและต่างประเทศ มีนักวิชาการและผู้สนใจเดินทางเข้ามาศึกษาเครื่องปั้นดินเผาและเยี่ยมชมโครงการฯเสมอ รวมทั้งได้มีผู้นำข่าวสารและเครื่องปั้นดินเผามามอบให้กับโครงการฯ ด้วย

ภาควิชาประวัติศาสตร์มีความหวังว่าโครงการศึกษาเครื่องปั้นดินเผาจะกลายเป็นแหล่งศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาในประเทศไทย โดยเฉพาะเครื่องปั้นดินเผาล้านนา เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาเพื่อใช้ในการศึกษาค้นคว้า และวิจัยโดยใช้เครื่องปั้นดินเผาเป็นเครื่องมือในการศึกษา ประวัติศาสตร์ การเมือง เศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนวิถีชีวิตของชุมชนของยุคสมัยที่มีการผลิตเครื่องปั้นดินเผานั้นๆ นอกจากนั้นยังหวังว่าความสำคัญและความสวยงามของเครื่องปั้นดินเผาจะเป็นสิ่งกระตุ้นความสนใจของบุคคลต่างๆ ให้หันมาใจในเรื่องเครื่องปั้นดินเผาอย่างกว้า