ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
 
เริ่มค้นหา
เทศบาลตำบลเวียงเชียงของ
สถานที่ท่องที่ยว
ผลิตภัณฑ์ชุมชน
โรงแรม / ที่พัก
บริษัทนำเที่ยว
ร้านอาหารแนะนำ
  
เทศบาลตำบลเวียงเชียงของ > จุดน่าสนใจของวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร  

จุดน่าสนใจของวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร

เกี่ยวกับเทศบาล
ประวัติเทศบาล
ยุทธศาสตร์การพัฒนา
วิสัยทัศน์และนโยบาย
แผนพัฒนาเทศบาล
งบประมาณการดำเนินงาน
โครงสร้างการบริหารงานบุคคล
ส่วนราชการภายใน
ฝ่ายบริหาร
ฝ่ายนิติบัญญัติ
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองสาธารณสุข
กองการศึกษา
ข้อมูลทั่วไป
ข้อมูลสภาพทั่วไป
ข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค
ข้อมูลด้านการเงินการคลัง
ข้อมูลด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ
ข้อมูลด้านสังคม
ข้อมูลด้านสาธารณสุข
ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม
ข้อมูลด้านอื่นๆ
เอกสารของเทศบาล
กฏเทศบัญญัติ
รายงานการประชุม
แผนการจัดซื้อจัดจ้าง
อื่นๆ
เอกสารเผยแพร่
ติดต่อเทศบาล
กระดานสนทนา
Modify settings and columns

   <ตัวอย่าง>ตำนานหลวงปู่โต

       มีเรื่องเล่าขานเป็นตำนานสืบทอดกันมาว่า ครั้งหนึ่งยังมีห้าพี่น้อง ได้สำเร็จพระอรหันต์ในพระพุทธศาสนาเป็นผู้ประกอบไปด้วยอิทธิวิธีฤทธานุภาพมากจนเป็นที่เลื่องลือปราฎกเป็นที่เลื่อมใสศรัทราของมวลมู่เทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย ต่อมาก่อนที่พี่น้องอรหันต์ทั้งห้าจะได้นิพพานตามธรรมเนียมแห่งพระอรหันต์ทั้งหลายได้เล็งเห็นว่าต่อไปภายภาคหน้ายากที่สำเร็จเป็นพระอรหันต์ได้ แม้จะมีบ้างก็เพียงน้อยนิดจำเป็นต้องหาที่พึ่งให้ปก่พุทธบริษัททั้งหลาย พี่น้องอรหันต์ทั้งห้า จึงได้สร้างพระพุทธปฏิมาปางต่างๆ ขึ้นรูปละองค์พร้อมได้อธิฐานจิตเพื่อให้พระพุทธรูปทั้งห้านั้นได้ป็นที่พึ่งแก่ชนทั้งหลายในกาลต่อไปและมี่เรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าพระพุทธรูปองค์ที่หนึ่งนั้นได้ปรากฏมีชื่อเสียงเลื่องลืแล้วที่ลุ่มน้ำบางปะกงจังหวัดฉะเชิงเทรามีชื่อว่า “พระพุทธโสธร”เป็นที่สักการะแก่ชนทั้งหลาย พระพุทธรูปองค์ที่สองนั้นปรากฏเสียงเลื่องลือที่จังหวัดสมุทรสงคราม มีชื่อว่า “หลวงพ่อบ้านแหลม”พระพุทธรูปองค์ที่สามนั้นปรากฏเสียงเลื่องลือที่จังหวัดนครปฐม มีชื่อว่า “หลวงพ่อวัดไร่ขิง”พระพุทธรูปองค์ที่สี่นั้นปรากฏเสียงเลื่องลือที่จังหวัดเพชรบุรี มีคนขานนามว่า มีชื่อว่า “หลวงพ่อเขาตะเคราะ”พระพุทธรูปองค์ที่ห้านั้นได้เล่าขานกันว่าได้ลอยน้ำมาในอ่าวแม่กลอง ลอยมาติดที่หน้าวัดลิงโจน สมุทรสงคราม (ปัจจุบันเป็นวัดร้าง) ประชาชนในละแวกนั้นจึงจุดธูปอาราธนาให้ท่านขึ้นฝั่งแต่ถึงแม้จะใช้คนเป็นร้อยๆ และใช้วิธีการต่างๆ นา เท่าที่จะทำได้สมัยนั้นไม่สามารถนำขึ้นมาได้ จึงต้องปล่อยลอยน้ำต่อไป จากนั้นลอยมาติดที่หน้าวัดไทรโยค (ปัจจุบันเป็นวัดจินดาราม) อีกหลายวันชาวบ้านได้อาราธนาจุดธูปเทียนเพื่อขอให้ขึ้นอยู่หน้าวัดจะสร้างศาลให้และได้ประกาศให้ชาวแควล้อม คลองไทย คลองยายแรม คลองโรงหีบ มาพร้อมกันเป็นพันๆ คน ก็ยังมาสามารถนำขึ้นมาจากน้ำได้ ต่อมาปรากฏว่าได้ลอยไปติดอยู่ที่หน้า วัดอินทรประเสริฐ (ปัจจุบันเป็นวัดร้างและเป็นที่ว่าการอำเภอบางคณฑี) ในสมัยนั้น พระอาจารย์แฟง ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดอิทรประเสริฐ เห็นหลวงพ่อโตลอยมาติดที่หน้าวัด พระอาจารย์แฟง ซึ่งเป็นผู้เจริญด้วยวิทยาคมจึงได้จุดธูปอาราธนาและไดระดมชาวบ้านบางคณพี บางน้อย ขุนพิทักษ์ มาพร้อมกันปรากฏว่าหลวงพ่อโตขึ้นมาจากน้ำอย่างง่ายดายจนเป็นที่โจทย์ขานกันมาในสมัยนั้น จากพุทธลักษณะที่มีความใหญ่โต (หน้าตักกว้าง 2 เมตรเศษ สูง 3 เมตรเศษ)ชาวบ้านจึงได้ขานนามว่า “หลวงพ่อโต” สมัยนั้นที่วัดอินทรประเสริฐกันดารมาก ความเป็นอยู่ของพระภิกษุจึงไปเป็นด้วยความยากลำบาก พระอาจารย์แฟงจึงได้ไปจำพรรษาที่วัดดอนมะโนรา วัดอิทรประเสริฐจึงได้กลายเป็นวัดร้างไป ต่อมาราชการจึงสร้างที่ว่าการอำเภอ ในที่วัดอินทรประเสริฐซึ่งเป็นวัดร้าง พระอาจารย์แฟง จึงได้อาราธนา “หลวงพ่อโต” ไปอยู่วัดดอนมะโนราภายหลังพระอาจารย์แฟง ได้อาราธนาให้มาเป็นเจ้าอาวาส “วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร” จังหวัดสมุทรสาคร พระอาจารย์แฟง จึงได้อาราธนา “หลวงพ่อโต”มาอยู่ที่“วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร” ด้วย และได้รับการกล่าวขานนามใหม่ว่า “หลวงพ่อโตวัดหลักสี่ฯ” “หลวงพ่อโตวัดหลักสี่ฯ” นั้นได้ประดิษฐานอยู่ที่ “วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร” ซึ่งอยู่กึ่งกลางคลองดำเนินสะดวกเชื่อมระหว่างแม่น้ำแม่กลองกับแม่น้ำท่าจีน ดูเหมือนกับว่าจะแผ่บารมีปกป้องประชาชนทั้งสองลุ่มน้ำนี้ให้อยู่เย็นเป็นสุข ดังจะเห็นได้ว่าประชาชนทั้งสองลุ่มน้ำนี้ เป็นผู้ที่อยู่ในศิลในธรรม จะประกอบอาชีพใดๆ ก็จะมีความสำเร็จมีแต่ความเจริญงอกงาม และเมื่อถึงคราวจะไปแสวงโชค ตั้งถิ่นฐานในที่อื่นแต่ละคนก็จะไปขอพรฝ้จมีความเจริญตรงกลาง