ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
 
เริ่มค้นหา
เทศบาลตำบลหลักห้า
ประวัติเทศบาล
ส่วนราชการ
ร้านอาหารแนะนำ
เกษตรพอเพียง
โรงแรม / ที่พัก
บริษัทนำเที่ยว
ติดต่อเทศบาล
  
เทศบาลตำบลหลักห้า > ประวัติวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร  

ประวัติวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร

Modify settings and columns

 ประวัติวัดหลักสี่ราษฏร์สโมสร และ หลวงพ่อโต

  ประวัติวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร

                 วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร เป็นวัดราษฎร์ ที่ประชาชนที่อยู่ในบริเวณหลักสี่และบริเวณกึ่งกลางคลองดำเนินสะดวกรวมตัวกัน สร้างขึ้นบนที่ดินของนางแจ่ม วาสุกรี ผู้มีจิตศรัทธายกที่ดินให้เป็นธรณีสงฆ์สำหรับสร้างวัด นับว่านางแจ่ม วาสุกรี เป็นผู้ให้กำเนิดวัดหลักสี่โดยแท้ ในช่วงแรกของการสร้างวัด มีเพียงกุฏิมุงจากหลังเดียว ต่อมาได้รับการถวายบ้านเก่าเป็นฝากระดานบ้าง ฝาขัดแตะบ้าง ทางวัดได้รื้อถอนมาปลูกเป็นกุฏิสงฆ์เพิ่มขึ้น และได้ตั้งชื่อวัดตามชื่อหลักแบ่งเขตคลองว่า วัดใหม่หลักสี่ ตั้งอยู่ใน มณฑล นครไชยศรี ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ ๑๗ หมู่ ๒ ตำบลยกกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มาถึงทุกวันนี้ นับอายุมาถึงปัจจุบันก็ประมาณ ๖๕ ปี ตลอดเวลาอันยาวนาน วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร อยู่ในสภาพเจริญและเสื่อมสลับกันไป ปัจจุบันได้รับการพัฒนาโดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระครูพิพัฒน์สาครธรรมเจ้าอาวาส เป็นผู้นำ วัดจึงเจริญรุ่งเรืองใหญ่โตและสวยงาม มีพระอุโบสถถาวร มีกุฏิคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทยประยุกต์มุงกระเบื้องเคลือบ มีหอฉัน หอสวดมนต์ มีศาลาการเปรียญหลังใหญ่ที่สุดในคลองดำเนินสะดวกจุคนได้ไม่น้อยกว่า ๑.๐๐๐ คน มีเมรุ จัตุรมุขที่ สวยงาม มีศาลาท่าน้ำทรงไทย ตั้งเรียงรายได้ระยะอยู่หน้าวัด และจากอดีตวิหารหลวงพ่อโตเคยมุงจาก ชำรุดทรุดโทรมแทบจะล้ม เมื่อต้องแรงลม วันนี้หลวงพ่อโตได้ประทับเด่นเป็นสง่าอยู่บนวิหารหลังใหม่ทรงไทยจัตุรมุข มียอดสูงเสียดฟ้า ประดับประดาด้วย กระจกหลากสี ทุกส่วนของวิหารถูกประดับตกแต่งให้สวยงามตามแบบสถาปัตยกรรมไทย กระจกหลากสีหลากชนิด ทองคำเปลว บริสุทธิ์หลายแสนแผ่นถูกนำมาเป็นส่วนประกอบของความงาม

                  จากวัดเล็กๆที่เคยเงียบเหงา   ตั้งอยู่ในชนบทห่างไกลความเจริญ การคมนาคมไปมาได้ทางเดียวคือเรือ บัดนี้วัดหลักสี่ราษฏร์ สโมสร เป็นวัดที่คับคั่งด้วยผู้คนชายหญิงทั้งชาวไทยและต่างชาติ ต่างภาษา มุ่งหน้ามาพึ่งบารมีหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูป ศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด การคมนาคมสะดวกสบายทั้งทางเรือทางรถ   อย่างเช่นวันจันทร์ของทุกสัปดาห์จะมีประชาชนไปหาซื้อของกิน ของใช้รวมทั้งของฝากจากพ่อค้าแม่ค้าและมากราบไหว้หลวงพ่อโต และวันเสาร์อาทิตย์ยังมีตลาดน้ำตลาดนัดขายของกินและผลไม่สดๆจากสวนโดยมีชาวสาวนำผลผลิตมาจำหน่ายเอง ราคาถูกอีกด้วยเพื่อขอพร ขอโชคขอลาภ ขอให้ทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองกัน แน่นวัด เสียงประทัดจะดังสนั่นเป็นระยะๆบอกถึงความสำเร็จของผู้ที่มาแก้บน




  ประวัติหลวงพ่อโต

       วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร ตำบลยกกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อันบริสุทธิ์ หาประมาณมิได้  เป็นที่รู้จักของประชาชนชาวไทย และต่างชาติ เป็นที่กล่าวขาน คือ หลวงพ่อโต แห่งวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร ตำบลยกกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ วิหารริมน้ำ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของคลองดำเนินสะดวก
       คลองดำเนินสะดวกเป็นคลองที่มีทัศนียภาพสวยงาม เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ในนามของ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ในอดีตก่อนจะมาเป็นคลองดำเนินสะดวก พื้นที่ทั้งหมดล้วนเป็นป่าดง ครั้นในรัชกาลสมัยของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งราชวงค์จักรี พระองค์ทรงมีพระกระแสรับสั่ง ให้ขุดคลองดำเนินสะดวก เพื่อประโยชน์แห่ง การสัญจรไปมาของประชาชน เป็นคลองลัดระหว่างแม่น้ำท่าจีน กับแม่น้ำแม่กลองและเพื่อประโยชน์แก่การเพาะปลูกทำการเกษตร แปรสภาพป่าดงให้เป็นเรือกสวน ดังปรากฏในประวัติการเปิดคลองดำเนินสะดวก ตอนหนึ่งว่า ครั้นถึงวันจันทร์ เดือน ๗ ขึ้น ค่ำ ( ตรงกับวันที่ ๒๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๑๑ ) พณะหัวเจ้าท่าน สมุหกลาโหม ได้ไปเปิดคลองขุดใหม่ที่บางนก แขวก คลองนั้นได้ลงมือขุดตั้งแต่ปลายปีขาล อัฏฐศกขุดตั้งแต่แม่น้ำบางยางเมืองนครไชยศรี ฝั่งตะวันออก ไปตกคลองบางนกแขวก เมืองราชบุรี ยาว ๘๔๐ เส้น กว้าง ๖ วา ลึก ๖ ศอก รวมค่าจ้างขุด ค่าตอไม้ เงินในพณะหัวเจ้าท่าน สมุหกลาโหม ๑.๐๐๐ ชั่ง ในหลวงพระราชทานธารณะด้วย ๔๐๐ ชั่ง รวมเป็นเงิน ๑.๔๐๐ ชั่ง ให้ชื่อคลอง ดำเนินสะดวก นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาว บ้านชาวเรือน ต่างรับความสะดวกสบายประชาชนทยอยมา ตั้งบ้านสร้างเรือนอยู่ตลอดแนวสองฝั่งคลอง ตั้งแต่หลักหนึ่งถึงหลักแปด ทั้งนี้ก็ด้วยพระบารมีมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริ์ ในราชวงค์จักรีที่มีต่อพสกนิกร เมื่อประชาชนมาอยู่กันมากขึ้น ตามแนวฝั่ง คลองจึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นบริเวณริมคลอง เป็นระยะๆ เพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญศาสนกิจตามแบบ อย่างชาวพุทธทั่วไป