|
<ตัวอย่าง>ตำนานหลวงปู่โต |
มีเรื่องเล่าขานเป็นตำนานสืบทอดกันมาว่า ครั้งหนึ่งยังมีห้าพี่น้อง ได้สำเร็จพระอรหันต์ในพระพุทธศาสนาเป็นผู้ประกอบไปด้วยอิทธิวิธีฤทธานุภาพมาก จนเป็นที่เลื่องลือปราฎกเป็นที่เลื่อมใสศรัทราของมวลมู่เทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย ต่อมาก่อนที่พี่น้องอรหันต์ทั้งห้าจะได้นิพพานตามธรรมเนียมแห่งพระอรหันต์ทั้งหลายได้เล็งเห็นว่าต่อไปภายภาคหน้ายากที่สำเร็จเป็นพระอรหันต์ได้ แม้จะมีบ้างก็เพียงน้อยนิดจำเป็นต้องหาที่พึ่งให้ปก่พุทธบริษัททั้งหลาย พี่น้องอรหันต์ทั้งห้า จึงได้สร้างพระพุทธปฏิมาปางต่างๆ ขึ้นรูปละองค์พร้อมได้อธิฐานจิตเพื่อให้พระพุทธรูปทั้งห้านั้นได้ป็นที่พึ่งแก่ชนทั้งหลายในกาลต่อไปและมี่เรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าพระพุทธรูปองค์ที่หนึ่งนั้นได้ปรากฏมีชื่อเสียงเลื่องลืแล้วที่ลุ่มน้ำบางปะกงจังหวัดฉะเชิงเทรามีชื่อว่า “พระพุทธโสธร”เป็นที่สักการะแก่ชนทั้งหลาย พระพุทธรูปองค์ที่สองนั้นปรากฏเสียงเลื่องลือที่จังหวัดสมุทรสงคราม มีชื่อว่า “หลวงพ่อบ้านแหลม”พระพุทธรูปองค์ที่สามนั้นปรากฏเสียงเลื่องลือที่จังหวัดนครปฐม มีชื่อว่า “หลวงพ่อวัดไร่ขิง”พระพุทธรูปองค์ที่สี่นั้นปรากฏเสียงเลื่องลือที่จังหวัดเพชรบุรี มีคนขานนามว่า มีชื่อว่า “หลวงพ่อเขาตะเคราะ”พระพุทธรูปองค์ที่ห้านั้นได้เล่าขานกันว่าได้ลอยน้ำมาในอ่าวแม่กลอง ลอยมาติดที่หน้าวัดลิงโจน สมุทรสงคราม (ปัจจุบันเป็นวัดร้าง) ประชาชนในละแวกนั้นจึงจุดธูปอาราธนาให้ท่านขึ้นฝั่งแต่ถึงแม้จะใช้คนเป็นร้อยๆ และใช้วิธีการต่างๆ นา เท่าที่จะทำได้สมัยนั้นไม่สามารถนำขึ้นมาได้ จึงต้องปล่อยลอยน้ำต่อไป จากนั้นลอยมาติดที่หน้าวัดไทรโยค (ปัจจุบันเป็นวัดจินดาราม) อีกหลายวันชาวบ้านได้อาราธนาจุดธูปเทียนเพื่อขอให้ขึ้นอยู่หน้าวัดจะสร้างศาลให้และได้ประกาศให้ชาวแควล้อม คลองไทย คลองยายแรม คลองโรงหีบ มาพร้อมกันเป็นพันๆ คน ก็ยังมาสามารถนำขึ้นมาจากน้ำได้ ต่อมาปรากฏว่าได้ลอยไปติดอยู่ที่หน้า วัดอินทรประเสริฐ (ปัจจุบันเป็นวัดร้างและเป็นที่ว่าการอำเภอบางคณฑี) ในสมัยนั้น พระอาจารย์แฟง ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดอิทรประเสริฐ เห็นหลวงพ่อโตลอยมาติดที่หน้าวัด พระอาจารย์แฟง ซึ่งเป็นผู้เจริญด้วยวิทยาคมจึงได้จุดธูปอาราธนาและไดระดมชาวบ้านบางคณพี บางน้อย ขุนพิทักษ์ มาพร้อมกันปรากฏว่าหลวงพ่อโตขึ้นมาจากน้ำอย่างง่ายดายจนเป็นที่โจทย์ขานกันมาในสมัยนั้น จากพุทธลักษณะที่มีความใหญ่โต (หน้าตักกว้าง 2 เมตรเศษ สูง 3 เมตรเศษ)ชาวบ้านจึงได้ขานนามว่า “หลวงพ่อโต” สมัยนั้นที่วัดอินทรประเสริฐกันดารมาก ความเป็นอยู่ของพระภิกษุจึงไปเป็นด้วยความยากลำบาก พระอาจารย์แฟงจึงได้ไปจำพรรษาที่วัดดอนมะโนรา วัดอิทรประเสริฐจึงได้กลายเป็นวัดร้างไป ต่อมาราชการจึงสร้างที่ว่าการอำเภอ ในที่วัดอินทรประเสริฐซึ่งเป็นวัดร้าง พระอาจารย์แฟง จึงได้อาราธนา “หลวงพ่อโต” ไปอยู่วัดดอนมะโนราภายหลังพระอาจารย์แฟง ได้อาราธนาให้มาเป็นเจ้าอาวาส “วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร” จังหวัดสมุทรสาคร พระอาจารย์แฟง จึงได้อาราธนา “หลวงพ่อโต”มาอยู่ที่“วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร” ด้วย และได้รับการกล่าวขานนามใหม่ว่า “หลวงพ่อโตวัดหลักสี่ฯ” “หลวงพ่อโตวัดหลักสี่ฯ” นั้นได้ประดิษฐานอยู่ที่ “วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร” ซึ่งอยู่กึ่งกลางคลองดำเนินสะดวกเชื่อมระหว่างแม่น้ำแม่กลองกับแม่น้ำท่าจีน ดูเหมือนกับว่าจะแผ่บารมีปกป้องประชาชนทั้งสองลุ่มน้ำนี้ให้อยู่เย็นเป็นสุข ดังจะเห็นได้ว่าประชาชนทั้งสองลุ่มน้ำนี้ เป็นผู้ที่อยู่ในศิลในธรรม จะประกอบอาชีพใดๆ ก็จะมีความสำเร็จมีแต่ความเจริญงอกงาม และเมื่อถึงคราวจะไปแสวงโชค ตั้งถิ่นฐานในที่อื่นแต่ละคนก็จะไปขอพรฝ้จมีความเจริญตรงกลาง
| |
|
|
| สำนักงานเทศบาลตำบลระแงง ถนนเสรีธิปัตธ์ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ 32110 |